วันนี้ตื่นเช้ามา กดไปหาแม่ ไม่รับสาย เลยต้องโทรไปหาน้าชาย ปรากฏว่า น้องสะไภ้อีชั้นคลอดลูก เลยมานอนเฝ้าหลานน้อย พึ่งกลับไปบ้านตอนอีชั้นโทรไปบ้านน้าชายอ่ะ คลาดกันอีก โทรไปก็ไม่ยอมรับสาย คงไม่ได้ยิน เดียวเย็นๆๆ โทรใหม่อีกรอบ
พี่น้อยโทรมาเลื่อนเวลาเรียนเป็นตอนเที่ยงครึ่ง อีชั้นเลยตั้งใจทำอาหารเลี้ยงพี่น้อยเสียหน่อย ห่างหายจากวงการแม่บ้านตะหลิวทองมานาน ได้ข่าวแว่ น้องๆๆ แถวนี้รอลอกสูตรใหม่อยู่
เมนูทูเดย์ผัดเปรี้ยวหวานปลา
อันดับแรก ก็เตรียมผักก่อน เอาผักทั้งหลายมาหั่นรอไว้ แต่ที่ขาดไม่ได้อ่ะ สัปปะรด กับมะเขือเทศนะคะ นอกนั้นใส่ตามใจท่าน

เคล็ดลับ แครอท เอาไปต้มก่อนนะ เพราะไม่งั้นมันจะไม่สุก ถ้ารอแครอทสุก ผักอื่นก็เหี่ยวเปื่อยไปเสียก่อน มันจะดูไม่สวยงาม
จากนั้นเอาปลาเนื้อขาว มาคลุกกับแป้งสาลีให้ทั่ว เอาไปทอดให้เหลืองสวยนะคะ

คลุกให้ทั่วนะคะ ทอดเสร็จพักไว้ก่อน เราไปเตรียมน้ำเปรี้ยวหวาน นี้เลย ผงโลโบ้

เอาผงโลโบ้มาละลายน้ำเข้า จากนั้นเอาไปใส่ในกระทะ เคี่ยวให้เดือด

ชิมรส จ๊ากก เปรี้ยวอย่างเดียวเลย ไม่อร่อย อีชั้นเลยเอาผงรสดี ใส่ไปนิดหน่อย น้ำตาลนิดหน่อย ซีอิ้วขาว น้ำมันหอย น้ำปลานิดหน่อย จากนั้นเอาผักลงไปผัด

อย่าพึ่งใส่ปลานะคะ ผัดให้ผักสุกเสียก่อน ปลาใส่ที่หลัง เพราะปลามันสุกเรียบร้อยแล้ว พอผักสุก เอาปลาทอดลงไปคลุกกับน้ำ แล้วตักใส่จานได้เลย กินกับข้าวสวยร้อยๆๆ แซ่บอีหลี้

พี่น้อยมาเลยยกมากิน พร้อมน้ำพริกมะขามของคุณนายบอมย์ เจริญอาหารกันทั้งคู่
อีชั้นบอกพี่น้อยก่อนมาเรียน ว่าให้แกร่างคำพูดใส่กระดาษมาก่อน จะได้พิมพ์ได้เร็วขึ้น ถ้ามานั่งคิดไปพิมพ์ไป ก็ไม่ต้องเสร็จกันพอดี พี่น้อยบอกเริ่มท้อกับภาษาไทยแล้ว อีชั้นเลยว่า ก็ไม่ลงมือพิมพ์เสียที เมื่อไรจะจำได้ มั่วแต่มานั่งท่องตัวหนังสือบนแป้นพิมพ์มันก็ไม่จำหรอกจนกว่าพี่น้อยจะลงมือปฏิบัติ ช้าหน่อยไม่เป็นไร
วันนี้เลยเข้าไปนั่งอ่านคนที่มาคอมเม้นท์ไดอารี่พี่น้อยวันแรก แกนั่งพิมพ์คำเดิมที่แกร่างมาในกระดาษอ่ะ แกบอกว่า พอลองพิมพ์เริ่มจำได้เยอะละ ว่าตัวไหนอยู่ไหน แต่ยังช้าอยู่
พรุ่งนี้นัดเรียนวันสุดท้าย ก่อนพี่น้อยไปเมืองไทยวันที่ 20 อีชั้นเลยว่าจะฝากของไปหาคุณนายแม่ เอาผงโรยกันมดสิ ไม่รู้จะไช้ได้กับมดเมืองไทยหรือป่าว เพราะที่บ้านมดเยอะมาก ถึงมากที่สุด ว่าแล้วโทรไปหาคุณแม่อีกสักรอบก่อนดีกว่า งุงิงุงิ